โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออำเภอขุขันธ์


1. ความเป็นมา
   กลุ่มราษฎรบ้านขนุน ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษมีหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม
2541ขอให้นำความกราบบังคมทูลฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานโครงการขุดลอกแหล่งน้ำบริเวณพื้นที่อำเภอขุขันธ์
ซึ่งมีสภาพตื้นเขิน ทำให้ราษฎรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร
2. ข้อเท็จจริง
2.1 บ้านขนุน ตั้งอยู่ในท้องที่ หมู่ที่ 8 ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 67 กิโลเมตร
มีราษฎรอาศัยอยู่ 229 ครัวเรือน ประชากร 940 คน ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาทำไร่ และทำสวน มีรายได้เฉลี่ย 10,000 บาท
/ครัวเรือน/ปี และทำนาได้ผลิตข้าวประมาณ 10 ถัง /ไร่
2.2 ลำห้วยและหนองน้ำที่กลุ่มราษฎรบ้านขนุนขอพระราชทานโครงการขุดลอกตั้งอยู่ ในท้องที่ตำบลโสนและพื้นที่ตำบลใกล้เคียง
ในเขตอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีต้นน้ำอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรักได้แก่ ลำห้วยตามอญ ลำห้วยน้อย
และลำห้วยสำราญ ทิศทางการไหลของน้ำจากทิศใต้ ไปยังทิศเหนือและไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูล ในเขตท้องที่อำเภอราษีไศล จังหวัด
ศรีสะเกษ นอกจากนี้ทางทิศใต้ของบ้านขนุน มีหนองน้ำสาธารณะ 1 แห่ง ชื่อหนองไผ่ มีเนื้อที่ประมาณ 134 ไร่
2.3 ลำห้วยและหนองน้ำดังกล่าว ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินเป็นส่วนใหญ่ไม่อยู่ในสภาพที่จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค
และการเกษตร อย่างไรก็ตามเมื่อถึงฤดูฝน น้ำจะท่วมขังทำให้ทำนาไม่ได้ และขาดแคลนแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เป็นสาเหตุทำ
ให้ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนทั้งทางโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ อาทิหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2541
ความว่า มีกลุ่มราษฎรตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 100 คน เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนประเทศไทยกับประเทศ
กัมพูชาในบริเวณป่าทึบเชิงเขาขาดบ้านแซร์ไปร เขตท้องที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขุดเผือกและกลอยเป็น
อาหารแทนข้าว อย่างไรก็ตามบริเวณชายแดนยังมีกับระเบิดฝังอยู่เป็นจำนวนมากทำให้ราษฎรบางรายได้รับอันตรายจากกับระเบิดดัง
กล่าวนอกจากนี้การขาดแคลนน้ำจนไม่สามารถทำการเกษตรในพื้นที่ทำกินเดิมได้ส่งผลให้เริ่มมีกลุ่มราษฎรเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าตาม
แนวชายแดน เพื่อตัดไม้และล่าสัตว์
2.4 สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หน่วยงานของจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานฝนหลวงเพื่อขอให้ทำฝน
เทียมซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เนื่องจากบริเวณนี้ไม่มีร่องกดอากาศ รวมทั้งนำพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ สารเคมีใช้กำจัดศัตรูพืชแจกจ่ายให้แก่เกษตรกร
แต่เป็นการบรรเทาปัญหาได้เพียงเล็กน้อย เพราะปัญหาหลักคือ การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอต่อการยังชีพ ยังไม่ได้รับการ
แก้ไข
3. ความเห็น
 3.1 ปัญหาการขาดแคลนน้ำบริเวณพื้นที่ตำบลโสน และพื้นที่ตำบลใกล้เคียงในเขตอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษสามารถแก้ไขได้โดย
การจัดทำ "โครงการขุดลอกและพัฒนาแหล่งน้ำ"เพื่อให้มีแหล่งกักน้ำเป็นพื้นฐานประกอบอาชีพการเกษตรซึ่งจะช่วยเหลือให้ราษฎรพื้น
ที่ดังกล่าวสามารถทำนา และทำการเกษตรได้เพียงพอต่อการยังชีพ
3.2 "โครงการขุดลอกและพัฒนาแหล่งน้ำ" อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการโดยการขุดลอกห้วยตามอญ ลำห้วยน้อย ลำห้วย
สำราญ และหนองไผ่ รวมทั้งก่อสร้างฝายเพื่อระบายน้ำในฤดูฝนและกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งสามารถช่วยเหลือราษฎร 19 หมู่บ้าน
ประชากร 12,730 คน และพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 39.393 ไร่ ซึ่งจะทำให้ราษฎรสามารถทำนาได้ผลิตข้าวมากขึ้นและมีอาหาร
เพียงพอต่อการยังชีพ ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากกับระเบิด เพราะการเข้าไปขุดเผือก ขุดกลอย บริเวณตามป่าแนวชายแดนระหว่าง
ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เพื่อนำมาเป็นอาหาร และจะช่วยแก้ไขปัญหาราษฎร ซึ่งไม่สามารถทำกินในที่ดินเดิมไปบุกรุกพื้นที่ป่าและ
ล่าสัตว์ป่าได้
3.3 จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นสมควรรับ "โครงการขุดลอกและพัฒนาแหล่งน้ำ อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ"ไว้เป็นโครงการอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนและช่วยเหลือราษฎรตำบลโสน และพื้นที่บริเวณใกล้เคียงให้มีแหล่งน้ำไว้ใช้ประ
โยชน์เพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตร การเลี้ยงสัตว์และการประมงได้ตลอดปีสามารถผลิตอาหาร ได้เพียงพอต่อการยังชีพซึ่งจะเป็นการยก
ระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้นอีกด้วย

[ ปิดหน้าต่างนี้ ]