140 กรัม เข้าด้วยกัน
         จากนั้นนำใส่เครื่องนวด ปั่นจนเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน จึงค่อยนำ
มาใส่ไส้สมุนไพรต่างชนิดที่เตรียมไว้ ก่อน
นำเข้าเตาอบเป็นเวลา 72 ชั่วโมง หลังจาก
อบแห้งแล้วจึงบรรจุใส่ถุง
         สูตรดังกล่าว ดัดแปลงเพิ่มเติมมาจาก
สูตรเดิมที่ได้มาจากการเข้ารับการอบรมจาก
กรมปศุสัตว์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เธอบอกว่าครั้งแรกก็ชิมกันในหมู่บ้าน แล้ว
ขยายวงไปจนถึงผู้ว่าฯสระบุรี ซึ่งเป็นคนหนึ่ง
ที่นิยมรับประทานกุนเชียง จนท่านยกนิ้วให้
รสชาติใช้ได้ ทางกลุ่มฯ จึงนำออกสู่ตลาก
         ในการควบคุมเรื่องความสะอาด ทาง
กลุ่มฯ จะให้ความสำคัญทุกขั้นตอนการผลิต
ตั้งแต่การล้างเนื้อหมู่ที่รับมา การรักษาอุณห
ภูมิของส่วนผสม ไว้ในตู้เย็น ไปจนถึงเรื่อง
สุขอนามัยของสมาชิกผู้ผลิต ซึ่งที่แรกก็ให้
สวมถุงมือทุกครั้งที่หยิบจับอาหาร แต่มาตอน
หลังเมื่อเห็นทำงานกันไม่ถนัด ก็หันมาใช้
ล้างมือในน้ำคลอรีนแทน
         เครื่องไม้เครื่องมือในกระบวนการผลิต
ก็เลือกใช้แต่สแตนเลสทั้งหมด เพื่อป้องกัน
ปัญหาจากสนิม ส่วนปัญหาที่เคยเกิดขึ้น คือ
เชื้อรา เนื่องจากไม่ได้ใส่สารกันบูด ทำให้
โอกาสเกิดเชื้อราได้ง่ายภายใน 2 สัปดาห์
มาภายหลังได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สา
ธารณสุขจังหวัด ให้เปลี่ยนมาใช้ถุงสุญญา
กาศและวองดูดซับออกวิเจนในการบรรจุ
ทำให้แก้ปัญหาลงได้ ปัจจุบันสามารถเก็บรัก
ษาได้นานถึง 3 เดือน เป้นอย่างน้อย ผลิต
ภัณฑ์ทึกชิ้นจะมีบันทึกวันหมดอายุไว้ชัดเจน
         แม้ผ่านมาได้เพียงปีเศษ ทุกวันนี้มัก
จะมีกลุ่มชุมชนผู้ผลิตจากที่ต่าง ๆ แวะเวียน
กันมาดูงานที่นี่เป็นประจำ เธอเองไม่เพียง
ต้อนรับขับสู้ อย่างดีเท่านั้น กลับไม่คิดปิดบัง
สูตรเด็ดของตัวเองเลยด้วย โดยเขียนสูตร
แปะไว้ข้างฝาบ้านใครสนใจใคร่รู้ก็มาจดกัน
ไปได้เสมอ ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ผู้ที่
อยากไปดูงานสามารถติดต่อคุณสุกัญญา
ได้ที่ โทร.(036) 341-251 โทรสาร (036)341-512

****************************************
ที่มา : จดหมายข่าวผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน



ลุ่มแม่บ้านกลุ่มใดที่กำลังเสาะแสวงหาแหล่ง
เรียนรู้เรื่องการทำกุนเชียงแบบพลิกตำราแล้ว
ละก็ ขอแนะนำสถานที่ดูงานที่ไม่ควรพลาด......
บ้านท่ามะปราง    ต. มวกเหล็ก      อ.มวกเหล็ก
จังหวัดสระบุรี
        กุนเชียงของที่นี่นับว่าแหวกแนว    กว่าที่
อื่นตรงที่ว่าเป็นกุนเชียงสมุนไพร แถมยังเสริม
ไอโอไดินอีกต่างหาก    คิดค้นพัฒนาออกมาได้
หลากรสหลายชนิด ไล่เรียงจากรถขิงอ่อน    ตะ
ไคร้ กระเทียม สาหร่าย ต้นหอม น้ำผึ้ง   งาขาว
น้ำพริกเผา ไปจนถึงรสสมุนไพร ทั้งหมดนี้ล้วน
เป็นผลงานของกลุ่มชุมชนผู้ผลิตที่เรียกตัวเอง
ว่า กลุ่มอาชีพแปรรูปผลิตภัณฑ์ เนื้อสัตว์ ซึ่งมี
คุณสุกัญญา สะอาดโฉม เป็นประธาน
         นอกจากเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการทำกุน
เชียงแล้ว คุณสุกัญญา ยังเป้นผู้นำร่องในเรื่อง
เงินทุน เพราะยอมควักกระเป๋าตัวเองกว่า 2
แสนบาท      จ่ายเป็นค่าเครื่องจักรในการผลิต
ขณะที่สมาชิกของกลุ่มฯ รวม 16 คน ร่วมกันลง
ขันมากบ้างน้อยบ้างได้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
5 พันบาท
         "สมาชิกแต่ละคนไม่มีเงิน เป็นชาวบ้าน
หาเช้ากินค่ำ ก้รวมหุ้นกันมาคนละ 200-300
บาท เวลาทำกุนเชียงก็รวมกันมาทำวันไหนที่
ทำจะก้เรียกเขามา     อาทิตย์หนึ่งทำครั้งเดียว
เวลาขายเราก็ออกไปขายเอง" เธอเล่าที่มาของ
การรวมกลุ่ม   ซึ่งเริ่มขึ้นพร้อมกับการผลิตกุน
เชียงตั้งแต่วันปีใหม่ของปี 2543 เป็นต้นมา
         สาเหตุที่เลือกทำกุนเชียงนั้น เธอให้เหตุ
ผลว่า เนื่องจากอำเภอมวกเหล็กเป็นเมืองท่อง
เที่ยว     แต่กลับไม่มีกุนเชียงของเจ้าถิ่นไว้ให้
บริการแก่ผู้มาเยือนเลย แต่การจะเริ่มทำอะไร
ในสิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่ใช่เรื่องง่าย กุนเชียงธรรม
ดา ๆ ที่กลุ่มของเธอทำในช่วงแรก      จึงไม่ติด
ตลาดแต่อย่างใด
         สมาชิกฯ ในกลุ่ม กลับมาสรุปบทเรียนกัน
ใหม่ จนได้ความคิดว่า    ต้องทำอะไรที่แตกต่าง
จากคนอื่นนำไปสู่การทดลองนำเอาพืชสมุนไพร
ต่าง ๆมาผสมกุนเชียงดูเพื่อให้ได้รสชาติที่แปลก
ใหม่ นับจากกระเทียม ขิง และส่วนผสมอื่นๆตาม
กันมาเป็นพรวน ปัจจุบันสามารถแตกรสชาติกุน
เชียงสมุนไพรได้ถึง 10 รสทีเดียว รวมถึงรสต้น
ตำหรับด้วย
         ผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อหมูอื่น ๆ ของกลุ่มยัง
ประกอบด้วยหมูสวรรค์ หมูหวาน หมูเค็ม หมู
ทุบและไส้กรอก รวมถึงผักดอกรวมเสริมไอโอดีน
ที่เคยชนะเลิศการประกวดระดับตำบลมาแล้ว
แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้โดดเด่นเท่ากับกุนเชียง อัน
เป็นผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่มฯ
         สิ่งที่น่าศึกษาเรียนรู้จากกลุ่มอาชีพมวก
เหล็กแห่งนี้ เห็นจะได้แก่ กระบวนการผลิตกุน
เชียงที่ใส่ใจกับการควบคุมคุณภาพและมาตรา
ฐานความปลอดภัย คุณสุกัญญาแจกแจงให้ฟัง
ว่า เนื้อหมูวัตถุดิบที่สั่งซื้อมาจากตลาดสดเยาว
ราช เป็นเนื้อหมูสันหลังที่ปลอดสารเร่งสีแล้วนำ
มาบดและหั่นมันคลุกเคล้าส่วนผสมซึ่งมีหมู 6
ขีด น้ำมัน 2 ขีด เกลือ 22 กรัม และน้ำตาลอีก