ข้อมูลจังหวัดศรีสะเกษ

สภาพทั่วไป

   1. ข้อมูลพื้นฐาน
       1.1 ที่ตั้ง ประชากร และการปกครอง
          (1) ที่ตั้ง
                จังหวัดศรีสะเกษตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เรียกว่า อีสานใต้ ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ 571 กิโลเมตร ทางรถไฟ
ประมาณ 551 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้
                   ทิศเหนือ        เขตอำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาด และอำเภอยางชุมน้อย ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด
                   ทิศใต้            เขตอำเภอขุขันธ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอกันทรลักษ์ ติดต่อกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย
                   ทิศตะวันออก เขตอำเภอกันทรลักษ์ อำเภอกันทรารมย์ และอำเภอโนนคูณ ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี
                   ทิศตะวันตก   เขตอำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอปรางค์กู่ อำเภอห้วยทับทัน และอำเภอบึงบูรพ์ ติดต่อกับจังหวัดสุรินทร์
          (2) ประชากร
                จังหวัดศรีสะเกษมีประชากรในปี 2554 รวมทั้งสิ้น 1,452,203 คน เป็นชาย 726,173 คน เป็นหญิง 726,030 คน (ข้อมูล ณ เดือน ธันวาคม พ.ศ.2554)
          (3) การปกครอง
                จังหวัดศรีสะเกษแบ่งการปกครองออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
                1. การปกครองส่วนภูมิภาค จังหวัดศรีสะเกษแบ่งการปกครองออกเป็น 22 อำเภอ 204 ตำบล 2,621 หมู่บ้าน
                2. การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษแบ่งการปกครองออกเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำบล 23 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 191 แห่ง
     1.2 พื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ
         (1) พื้นที่
               จังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่ประมาณ 8,839.90 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,524,987.5 ไร่
         (2) ภูมิประเทศ
               พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงสลับทุ่งนา มีภูเขาและป่าไม้อยู่ทางตอนใต้ และพื้นที่จะค่อยๆ ลาดลงสู่ทิศเหนือและทิศตะวันตก ซึ่งเต็มไปด้วย ห้วย คลอง หนอง บึง ต่างๆ ตลอดระยะทางที่ลำน้ำมูลและลำน้ำชีไหลผ่าน สภาพดินร้อยละ 60 เป็นลักษณะดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดีแต่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และมีแนวชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาประมาณ 127 กม. (อำเภอกันทรลักษ์ 76 กม. อำเภอขุนหาญ 18 กม. และอำเภอภูสิงห์ 33 กม.)
         (3) ลักษณะภูมิอากาศ
               ลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดศรีสะเกษ มีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนและค่อนข้างหนาวจัดในฤดูหนาว ส่วนฤดูฝนจะมีฝนตกหนักในเดือนกันยายน โดยเฉลี่ยแล้วในปีหนึ่งๆ จะมีฝนตก 100 วัน ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,200 - 1,400 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิ ต่ำสุด ประมาณ 10 องศาเซลเซียส สูงสุด ประมาณ 40 องศาเซลเซียส เฉลี่ยประมาณ 26-28 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์เฉลี่ย 66-73 %
         (4) ทรัพยากรธรรมชาติ
               ก. ป่าไม้ ลักษณะป่าไม้ของจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนใหญ่เป็นป่าโปร่ง ประกอบด้วย ป่ายาง ไม้เต็ง ไม้ประดู่ ไม้แดงไม้กระบาก และไม้เบญจพรรณ จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ป่าไม้ที่สมบูรณ์ 11.67 % ของพื้นที่ศรีสะเกษ
               ข. แหล่งน้ำ มีแหล่งน้ำที่สำคัญและมีผลต่อกิจกรรมการเกษตร การประมง ดังนี้
                    -แม่น้ำมูล ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาดงพญาเย็น ในท้องที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ไหลเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณอำเภอราษีไศล
                    -ห้วยทับทัน ไหลมาจากอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์
                    -ห้วยสำราญ ไหลมาจากเขตอำเภอปรางค์กู่ แล้วไหลลงแม่น้ำมูล ที่เขตอำเภอเมืองฯ
                    -ห้วยศาลา เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ดัดแปลงทำเป็นเขื่อนเก็บน้ำที่ไหลมาจากห้วยสำราญ และ มีต้นน้ำจากห้วยพนมดงรัก สามารถบรรจุน้ำได้สูงสุด 52.5 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ทำการชลประทาน จำนวน 20,400 ไร่ มีน้ำตลอดปี
      1.3 สภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัด
            จังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่ทั้งหมด 5,524,987.5 ไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 3,506,418ไร่ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคการเกษตร ประมาณร้อยละ 70 หรือประมาณ 1.01 ล้านคน แบ่งเป็นพื้นที่ทำนา ประมาณ 3,339,752.75 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิ  นอกจากนี้ มีการปลูกพืชไร่ ได้แก่ มันสำปะหลัง พื้นที่ 134,789 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประมาณ 3,826 ไร่ ไม้ผล ได้แก่ เงาะ 2,699 ไร่ ทุเรียน 1,922 ไร่ และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ หอมแดง 40,952.50 ไร่ กระเทียม 525 ไร่ และพริกขี้หนูใหญ่ 24,618 ไร่ ส่วนยางพารา มีพื้นที่ปลูก 202,026 ไร่

    2. สภาวะทางเศรษฐกิจ
        โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดศรีสะเกษขึ้นอยู่กับ ภาคการขายส่งขายปลีก ภาคเกษตร และด้านการศึกษา เป็นสำคัญ โดยในปี พ.ศ. 2553 ผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งสิ้น 55,643 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อหัวประชากร (GPP Per Capita) 36,142 บาท/คน/ปี เป็นลำดับที่ 75 ของประเทศ
    3. ข้อมูลด้านการเกษตร
         จังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดขนาดใหญ่มีพื้นที่รวม 5.5 ล้านไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการ ทำนา โดยในปีเพาะปลูก 2554/2555 มีพื้นที่ปลูกข้าวรวม 3,564,167 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเจ้า (ข้าวหอมมะลิ) 3,447,309 ไร่ พื้นที่ปลูกข้าวเหนียว 107,741 ไร่ ผลผลิตข้าวรวม 1,713,531.81 ตัน แยกเป็นผลผลิต ข้าวเจ้า 1,666,395.48 ตัน ผลผลิตข้าวเหนียว 47,136.33 ตัน  พื้นที่นาผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ หอม กระเทียมศรีสะเกษก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผลผลิตชั้นเยี่ยมยังไม่มี ที่ใดเทียบได้ พร้อมกับอาชีพใหม่ คือสวนไม้ผล จากทั่วทุกภาคในประเทศไทยก็สามารถปลูกได้ที่นี่ และกำลังโด่งดัง ด้วยคุณภาพระดับ Q หรือ มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด มะปรางหวาน ชมพู่ ลิ้นจี่ ลำไย กระท้อน สะตอ ฯลฯ สวนยางพาราอีกเกือบสองแสนไร่ สร้างรายได้ให้คนศรีสะเกษ และคืนความชุ่มชื่นให้แผ่นดินทดแทนไร่มันสำปะหลัง นอกเหนือไปจากหอมแดง กระเทียม พริก ที่ยังคงเป็นพืชไร่ที่สร้างรายได้อย่างงามให้แก่เกษตรกร   ผลผลิตข้าวหอมมะลิจังหวัดศรีสะเกษ จะทยอยสู่ตลาดช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม โดยมีช่องทางการจำหน่าย ผ่านพ่อค้าคนกลาง โรงสีข้าวในท้องถิ่นที่รวบรวมข้าวเปลือกสีเป็นข้าวสาร จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันข้าวหอมมะลิอินทรีย์เป็นที่ต้องการของตลาดมาก  จังหวัดศรีสะเกษได้มีการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวหอมมะลิที่ปลอดภัยจากสารพิษ ในปี 2554 ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 3,600 ราย และผ่านการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวหอมมะลิที่ปลอดภัยจากสารพิษ จำนวน 3,515 ราย พื้นที่เพาะปลูก 18,000 ไร่ ใน 22 อำเภอ ซึ่งจะทำให้ข้าวหอมมะลิจากจังหวัดศรีสะเกษเป็นข้าวหอมมะลิที่ได้คุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค เกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เพาะปลูกหอมแดง 2 สายพันธุ์ ประกอบด้วย พันธุ์ลับแล อายุเก็บเกี่ยว 50-60 วัน และพันธุ์ศรีสะเกษ อายุเก็บเกี่ยว 70-80 วัน เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิตระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม ในฤดูการผลิตปี 2554/2555 จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง 40,952.80 ไร่ ผลผลิตรวม 120,915.65 ตัน
          หอมแดงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ทำรายได้เข้าจังหวัด ปี 2551 เป็นเงิน 1,076,500,642 บาท ปี 2552 เป็นเงิน 733,023,760 บาท ปี 2553 เป็นเงิน 2,296,999,454 บาท ปี 2554 เป็นเงิน 1,813,734.75 บาท ซึ่งมากเป็นอันดับสองรองจากข้าว แต่หอมแดงศรีสะเกษ มักประสบปัญหาราคาตกต่ำเกือบทุกปี มากบ้าง น้อยบ้าง จากปัจจัยหลายประการ ทั้งการผลิตและการตลาด ซึ่งจังหวัดได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยตลอด เริ่มตั้งแต่ปีการผลิต 2544/45 และได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาหอมแดงอย่างยั่งยืน ส่วนกระเทียมของศรีสะเกษ เป็นที่ยอมรับเรื่องคุณภาพมานานจนเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นกระเทียมที่มีกลิ่นหอมแรงและเก็บไว้ได้นาน ปลูกมากที่ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอขุนหาญ และอำเภอกันทรารมย์ ให้ผลผลิตมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการแปรรูปผลผลิต กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง OTOP ชั้นเยี่ยมของกลุ่มแม่บ้านบ้านกล้วย ตำบล สระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ

          ศรีสะเกษนี้เป็นดินแดนมหัศจรรย์เพราะนอกจากเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพมาตรฐาน หอม-กระเทียมพันธุ์ดีหนึ่งเดียวและให้ผลผลิตมากที่สุดของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่รวมผลไม้คุณภาพดีเยี่ยมแทบทุกชนิดจากทุกภาคของไทยมาไว้ที่นี่ พื้นดินอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับความเย็นชุ่มชื้นจากแนวป่าบนเทือกเขาพนมดงรัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสวนไม้ผล อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอ ศรีรัตนะ จึงเป็นแหล่งผลิตไม้ผลแหล่งใหญ่ของศรีสะเกษ ทั้งสวนเงาะ ทุเรียน มังคุด มะไฟหวาน จากภาคตะวันออก สะตอ ลองกอง ยางพารา จากภาคใต้ ลำไย ลิ้นจี่ จากภาคเหนือ มะปรางหวาน กระท้อน ชมพู่ ส้มโอและมะม่วงพันธุ์ดีจากภาคกลาง
         ศรีสะเกษเป็นจังหวัดแรกในภาคอีสาน ที่นำพันธุ์เงาะโรงเรียน และทุเรียนหมอนทอง มาปลูก ผลผลิตที่ได้คุณภาพดี จนได้ชื่อว่าเป็นเงาะและทุเรียนที่อร่อยที่สุด เงาะศรีสะเกษเนื้อหวานกรอบร่อน ไม่ติดเมล็ด ส่วนทุเรียนนั้นเนื้อแน่น หอมหวาน ปัจจุบันขยายพื้นที่ปลูกผลไม้รวมกว่า 8,000 ไร่ มูลค่าผลผลิตมากกว่าปีละ 300-500 ล้านบาท ประกอบกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษของจังหวัด ผลผลิตของศรีสะเกษที่คัดสรรแล้ว จึงมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ บอกที่มาแหล่งผลิต เพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค

  4. ด้านการศึกษา
       หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษา แยกตามสังกัด ดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 1, เขต 2, เขต 3, เขต 4 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 28 มีสถานศึกษาในสังกัด 919 แห่ง (ไม่รวมโรงเรียนมัธยมในจังหวัดยโสธร) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 12,163 คน นักเรียน 204,389 คน มีการบริหารจัดการโดยองค์คณะบุคคล 3 องค์คณะได้แก่ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา , คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา มีวิสัยทัศน์ " สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษเขต 1 เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สร้างโอกาสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน สู่สากล ภายในปี 2558" (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554)
       สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดศรีสะเกษ มีสถานศึกษา แยกเป็นรายอำเภอ 22 แห่ง มีผู้เรียน จำนวน 26,763 คน ครู 360 คน
(ข้อมูล ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2554)
       สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา มีสถานศึกษาในสังกัดประกอบด้วยวิทยาลัยเทคนิค ศรีสะเกษ , วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ , วิทยาลัยการอาชีพ , วิทยาลัยสารพัดช่าง ที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาสายอาชีพ จำนวน 6 แห่ง มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 670 คน นักเรียน นักศึกษา 9,481 คน มุ่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน สนองต่อความต้องการของชุมชน
(ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554)
      สำนักงานบริหารคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จัดการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพ ถือเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง มีสถานศึกษาในสังกัด 29 แห่ง ครู 941 คน นักเรียน 22,013 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2554)
      สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษที่จัดการศึกษา มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ บนพื้นฐานของภูมิปัญญาไทย , ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ ภูมิปัญญาสากล มหาวิทยาลัย มีหลักสูตรที่เปิดทำการเรียน การสอน ทั้งภาคปกติ และภาคสมทบ มีนักศึกษาภาคปกติ ภาคสมทบ โครงการพิเศษรวม จำนวน 9,760 คน จำนวนบุคลากร สายวิชาการ และสายปฏิบัติการ ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย บุคลากรสัญญาจ้าง รวม 175 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554)

   5. ข้อมูลด้านการกีฬา
       จังหวัดศรีสะเกษ มีสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนด้านการกีฬา จำนวน 2 แห่ง คือ โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ และสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตศรีสะเกษ ในปี พ.ศ.2552 สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกดิวิชั่น 1 จนเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง และจากการแข่งขันในครั้งนั้น ทำให้สโมสรฟุตบอลจังหวัดศรีสะเกษ ได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ไทยพรีเมียร์ลีก 2553 เป็นสโมสรฟุตบอลสโมสรแรกที่มาจากจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
   6. ข้อมูลด้านสาธารณสุข
       สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ

-โรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 500 เตียง จำนวน 1 แห่ง
-โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 120 เตียง จำนวน 1 แห่ง
-โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 90 เตียง จำนวน 5 แห่ง
-โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง จำนวน 12 แห่ง
-โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 254 แห่ง
-สำนักงานสุขภาพชุมชน จำนวน 1 แห่ง
-ศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 5 แห่ง
-สถานบริการสาธารณสุขของเอกชน
-โรงพยาบาลเอกชน ขนาด 44 เตียง จำนวน 1 แห่ง
-คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง จำนวน 13 แห่ง
-คลินิกเวชกรรม จำนวน 60 แห่ง
-คลินิกทันตกรรม จำนวน 11 แห่ง
-คลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ จำนวน 62 แห่ง
-คลินิกการผดุงครรภ์ จำนวน 6 แห่ง
-ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จ จำนวน 52 แห่ง
-ร้านขายยาแผนปัจจุบัน จำนวน 72 แห่ง
-ร้านขายยาแผนโบราณ จำนวน 10 แห่ง
-คลินิกกายภาพบำบัด จำนวน 1 แห่ง
-สถานที่ผลิตยาแผนโบราณ จำนวน 1 แห่ง
-คลินิกแพทย์แผนไทย จำนวน 2 แห่ง
-สถานที่ขายยาสำหรับสัตว์ จำนวน 12 แห่ง

      บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
             จังหวัดศรีสะเกษ มีอัตรากำลังบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตาม GIS จำแนกตามโรงพยาบาล ประกอบด้วย แพทย์ จำนวน 172 คน ทันตแพทย์ จำนวน 54 คน เภสัชกร จำนวน 103 คน พยาบาล จำนวน 1,314 คน (ข้อมูล ณ วันที่ มกราคม 2555)

ข้อมูลสถิติชีพ
    สถิติชีพ (มกราคม - ธันวาคม 2553)

จังหวัดศรีสะเกษ
ประเทศไทย
อัตราต่อ
อัตราเกิดมีชีพ
9.38
12.41
พันประชากร
อัตราตาย
5.28
6.29
พันประชากร
อัตราเพิ่มตามธรรมชาต
0.41
0.61
ร้อยประชากร
อัตราเด็ก 0-1 ปี ตาย
5.72
7.29
พันเด็กเกิดมีชีพ
อัตรามารดาตาย
0
0
พันเด็กเกิดมีชีพ

แสดงสาเหตุการตาย 10 ลำดับแรก จังหวัดศรีสะเกษ ปี 2553(อัตราต่อแสนประชากร)

ลำดับที่
สาเหตุการตาย
จำนวน
อัตราต่อแสนประชากร
1.
มะเร็งทุกชนิด
1377
94.80
2.
ระบบหัวใจอื่น
866
59.62
3.
ติดเชื้อในกระแสเลือด
411
28.30
4.
อุบัติเหตุและการเป็นพิษ
399
27.47
5.
ปอดอักเสบรุนแรง
364
25.06
6.
ไตวาย
344
23.68
7.
ความดันเลือดสูงและเลือดออกในสมอง
206
14.18
8.
ตับอักเสบ
140
9.64
9.
วัณโรค
130
8.95
10.
เบาหวาน
113
7.78

ที่มา : รายงานการเกิด-ตาย สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข

 7. กำลังแรงงาน
    1. ภาวการณ์การทำงาน
        1) การมีงานทำ
            ผู้มีงานทำ 922,231 คน (ไตรมาสที่ 4 ต.ค.-ธ.ค. ปี 2554) พบว่าทำงานภาคเกษตรกรรม 652,796 คน คิดเป็นร้อยละ 70.78 ของผู้ทำงานทั้งหมด ส่วนผู้ทำงานนอกภาคเกษตร 269,435 คน คิดเป็น ร้อยละ 29.22
         2) การว่างงาน
           จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ว่างงาน 4,472 คน (ไตรมาสที่ 4 ต.ค.-ธ.ค. ปี 2554) เป็นชาย 4,144 คน และหญิง 328 คน
    2. การเลิกจ้าง
        จังหวัดศรีสะเกษยังไม่ปรากฏว่า มีสถานประกอบกิจการรายใดเลิกจ้างงานเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2554)

 8. การท่องเที่ยว
    1. แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
        จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งอารยธรรมขอมโบราณ จะเห็นจากโบราณสถานและโบราณวัตถุหลายแห่งที่มีความสำคัญและเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เช่น ปราสาทสระกำแพงใหญ่, ปราสาทปรางค์กู่,ธาตุบ้านปราสาท หรือปราสาทห้วยทับทัน, ปราสาทตำหนักไทร หรือ ปราสาททามจาม, วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด), ผามออีแดง, พระธาตุเรืองรอง, สวนสมเด็จศรีนครินทร์, น้ำตกห้วยจันทร์ และอ่างเก็บน้ำห้วยศาลา
       1) ปราสาทสระกำแพงใหญ่ เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ ในเขตเทศบาลตำบลสระกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร
       2) ปราสาทห้วยทับทัน (ธาตุบ้านปราสาท) เป็นปราสาทโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้า สุริยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ใช้เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าตีมูรติ ตั้งอยู่ที่วัดปราสาทพนาราม บ้านปราสาท หมู่ 12 ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 39 กิโลเมตร
       3) พระธาตุเรืองรอง เป็นพระธาตุแบบศิลปะพื้นบ้าน จำนวน 6 ชั้น ประดิษฐานพระธาตุของพระอรหันต์ และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่า (ส่วย เขมร ลาว เยอ) ตั้งอยู่ที่วัดบ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษ ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 10 กิโลเมตร
       4) สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ เป็นสวนสาธารณะขนาด 234 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ เป็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แห่งแรกของไทย และเป็นสวนที่มีต้นลำดวนมากที่สุดในประเทศ มีจำนวนกว่า 50,000 ต้น และภายในสวนฯ เป็นสถานที่ตั้งของสวนสัตว์ ซึ่งจัดแสดงพันธุ์สัตว์ไว้จำนวนมาก อาทิ กวาง นกกระจอกเทศ จระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และนกประเภทต่างๆ
       5) ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ (SISAKET AQUARIUM) ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษ เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งแรกในอีสานใต้ ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา หรือที่เรียกกันว่า เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 100 ล้านบาทเศษ ใช้เวลาในการก่อสร้างกว่า 1 ปี เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2554 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ จัดแสดงทั้งพันธุ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็ม
           ภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจะมีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหาชมได้ยากกว่า 101 ชนิด ปลาน้ำจืด 79 ชนิด ปลาน้ำเค็ม 22 ชนิด ซึ่งผู้เข้าชมสามารถชมสัตว์น้ำผ่านอุโมงค์แก้วใต้น้ำยาว 24 เมตร ใต้บ่อปลาขนาดใหญ่ สำหรับค่าเข้าชมนั้นจัดเก็บอยู่ที่ เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท
       6) ผามออีแดง สุดเขตของดินแดนไทยก่อนขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารเขตแดนของราชอาณาจักรกัมพูชา คือผามออีแดง ผาหินสีแดง สุดทางหลวงหมายเลข 221 มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ แวดล้อมด้วยขุนเขาและผาสูง ผู้ที่ไปถึงผามออีแดงแต่เช้า จะได้สัมผัสบรรยากาศของแสงแดดอ่อนกระทบสายหมอกที่ลอยล่องเหนือป่าเขาบนแผ่นดินด้านกัมพูชา มองเห็นไปไกลสุดสายตา อากาศสดชื่น ทัศนียภาพสวยงามให้อาบลมห่มเมฆ เก็บภาพเป็นความทรงจำประทับใจไปแสนนาน ที่นี่จึงนับได้ว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกและ พระอาทิตย์รุ่งอรุณที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน
          ธงไทยโบกสะบัดอยู่ ที่ "ผาชูธง" ประกาศอาณาเขตประเทศไทย ให้ความรู้สึกอบอุ่นที่ได้ยืนบนแผ่นดินของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ได้ขึ้นไปชมปราสาทเขาพระวิหาร สามารถชมความงามของปราสาทซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตรได้จากจุดชมทัศนียภาพฝั่งไทย เดินลัดเลาะลงบันไดตามหน้าผาลงไป ชมภาพปริศนาภาพนางอัปสราบนผาหินเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ให้น่าฉงนใจว่าเหตุใดจึงได้สลักภาพไว้ ณ ผาหินแห่งนี้ ชมภาพสลักแล้วขึ้นไปกราบสักการะพระพุทธรูปนาคปรก ที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารบริเวณใกล้ๆกันด้วย
       7) น้ำตกภูลออ, น้ำตกสำโรงเกียรติ, น้ำตกวังใหญ่ และน้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม)
           น้ำตกภูละออ อยู่ในเขตตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าภูดินน้อยประมาณ 4 กิโลเมตร มีถนนไปที่น้ำตกภูละออประมาณ 3 กิโลเมตร และเดินเท้าต่อเข้าไป สำหรับผู้รักธรรมชาติ ถ้าได้สัมผัสสภาพป่าที่ร่มรื่น สายน้ำไหลหลั่งจากผา ลดหลั่นลงมาเป็นธารน้ำใสไหลผ่านบนลานหินเป็นที่ลงเล่นน้ำคลายร้อนได้ไม้แพ้ผืนป่าใหญ่ในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย
           น้ำตกสำโรงเกียรติ อยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ ซึ่งในบริเวณนี้เป็นที่ตั้งสวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ และสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนชมธรรมชาติ ศึกษาพรรณไม้ และเล่นน้ำได้ตลอดทั้งปี
           น้ำตกวังใหญ่ ส่วนหนึ่งของลำห้วยขยูง ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ ช่วงลำห้วยเหนือน้ำตกเป็นแหล่งรวมฝูงปลาจาดฝูงใหญ่ สวยงามให้ชม (ห่างจากบ้านสำโรงเกียรติ 14 กิโลเมตร ลาดยาง ห่างจากอำเภอขุนหาญ 25 กิโลเมตร)
           น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม) อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 2236 เส้นทางกันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหิน มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ
       8) หลวงพ่อโตคู่บ้าน ใกล้กับตลาดสด เป็นวัดมหาพุทธารามหรือวัดหลวงพ่อโต พระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษมาแต่โบราณ เข้าไปกราบหลวงพ่อโต เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ในพระอุโบสถที่สงบเงียบ หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธมหามุนี เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ค้นพบเมื่อพ.ศ. 2328 เมื่อพระยาวิเศษภักดี (ชม) เจ้าเมืองศรีสะเกษคนที่ 2 ได้ย้ายเมืองศรีสะเกษ จากที่ตั้งเดิมบ้านโนนสามขาสระกำแพงมาตั้งที่บริเวณที่เป็นศาลหลักเมืองในปัจจุบัน ระหว่างสร้างเมืองมีคนพบหลวงพ่อโต อยู่กลางป่าแดง จึงได้ให้สร้างวัดขึ้นบริเวณที่พบหลวงพ่อโต ตั้งชื่อว่า "วัดพระโต หรือวัดป่าแดง" ซึ่งเจ้าเมืองศรีสะเกษทุกคนได้อุปถัมภ์ทำนุบำรุงเสมือนเป็นวัดคู่เมืองศรีสะเกษ มาโดยตลอด ในปี พ.ศ.2490 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น"วัดมหาพุทธาราม"
    9. โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ
        1) แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แม่น้ำมูล ห้วยขะยุง ห้วยสำราญ ลำห้วย ลำธาร คลอง รวม 1,522 แห่ง กักเก็บน้ำได้ 380. 43 ล้าน ลบ.ม. (นอกเขตชลประทานทั้งหมด)
        2) แหล่งน้ำชลประทาน และโครงการสำคัญ
           - แหล่งน้ำขนาดกลาง จำนวน 16 โครงการ กักเก็บน้ำ 206.47 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน ที่มีระบบคลองส่งน้ำ 73,910 ไร่ และพื้นที่ชลประทานที่ไม่มีระบบคลองส่งน้ำ 237,560 ไร่
           - แหล่งน้ำขนาดเล็ก จำนวน 333 โครงการ กักเก็บน้ำ 60.89 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน ที่ไม่มีระบบคลองส่งน้ำ 206,861ไร่
        3) สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 42 โครงการ พื้นที่ชลประทานที่มีระบบคลองส่งน้ำ 100,072 ไร่
        4) โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 14 โครงการ อยู่ในพื้นที่ 10 อำเภอ ดังนี้

- โครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ ตำบลห้วยตึ๊กชู อำเภอภูสิงห์
- โครงการจัดหาน้ำและไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ตำบลเขิน อำเภอน้ำเกลี้ยง
- โครงการพัฒนาพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ฯ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่
- โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ตำบลเมืองหลวง อำเภอ ห้วยทับทัน
- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์
- โครงการพระราชดำริบ้านหนองบาง ตำบล น้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง
- โครงการพัฒนาพื้นที่อำเภอศิลาลาด ตำบลหนองบัวดง อำเภอศิลาลาด
- โครงการทับทิมสยาม 06 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์
- โครงการทับทิมสยาม 07 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ
- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำหนองบัวไชยวาน ตำบลโนนสังข์ อำเภอกันทรารมย์
- โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านรุ่งอรุณและกระหวัน ตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์
- โครงการแก้มลิงกุดเตอะ-กุดหวาย บริเวณทุ่งกุดเตอะ ตำบลคูซอด อำเภอเมือง
- โครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำ บริเวณคลองตาเจียม และขุดลอกหนองทุ่งน้อย บริเวณบ้านค้อปอ ตำบลขุนหาญ อำเภอขุนหาญ
- โครงการขุดลอกทุ่งหนองเสนง - สีไคล ตำบลลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย

      5) สระน้ำในไร่นา จำนวน 4,715 แห่ง พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ 23,575 ไร่
      6) ศูนย์การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล จำนวน 204 แห่ง
      7) โรงปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพ มีจำนวนทั้งหมด 201 แห่ง กำลังผลิตเฉลี่ย 2,053 ตัน/เดือน
      8) วิสาหกิจชุมชนทั้งหมด จำนวน 1,918 กลุ่ม (ข้อมูล ณ 31 มกราคม 2555)
      9) สหกรณ์ทั้งหมด จำนวน 97 แห่ง จำแนกตามประเภทสหกรณ์ ได้ดังนี้

- สหกรณ์การเกษตร จำนวน 67 แห่ง
- สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำนวน 14 แห่ง
- สหกรณ์บริการ จำนวน 10 แห่ง
- สหกรณ์ออมทรัพย์ จำนวน 5 แห่ง
- สหกรณ์ประมง จำนวน 1 แห่ง


++++++++++++++++++++++++++++